.webp&w=3840&q=75)
.webp&w=1080&q=75)
ฟังดูเหมือนเรื่องล้อเล่นหรือเทพนิยายสำหรับคนรักสัตว์ แต่ในประวัติศาสตร์เรื่องนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริง! ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 จนถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 20 Royal Mail หรือ ไปรษณีย์อังกฤษ เคยมีสวัสดิการเลี้ยงดูและบรรจุ "แมว" ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นพนักงานประจำที่ทำการไปรษณีย์และคลังคัดแยกจดหมายทั่วประเทศอย่างเป็นทางการ
ที่สำคัญ พวกมันไม่ได้ถูกพามาเดินเกลือกกลิ้งเพื่อเรียกเสียงเอ็นดูจากผู้คนเท่านั้น แต่พวกมันมีภารกิจหลักระดับชาติที่มนุษย์ในยุคนั้นไม่สามารถทำแทนได้ดีเท่า!
🐭 1. กำจัดกองทัพหนู ยอดนักล่าประจำโกดังคัดแยกพัสดุ
ในยุคที่ไร้ระบบดิจิทัล จดหมาย เอกสารสำคัญ และพัสดุนับมหาศาลต้องถูกลำเลียงมารวมกัน ณ คลังคัดแยกขนาดใหญ่ สิ่งของเหล่านี้นอกจากจะเป็นกระดาษชั้นดีแล้ว ยังมักมีเสบียงอาหารปะปนอยู่ด้วย จึงกลายเป็นแหล่งกักเก็บอาหารชั้นเลิศของ "กองทัพหนู" หากปล่อยให้หนูเข้ามาเพ่นพ่าน จดหมาย ถุงผ้ากระสอบ และเอกสารสำคัญของประชาชนจะถูกกัดทำลายเสียหายมหาศาล ทางเดียวที่จะจัดการปัญหานี้ได้อย่างเด็ดขาดและปลอดภัยที่สุดในยุคนั้นคือการพา "แมว" ขึ้นแท่นเป็น เจ้าหน้าที่ควบคุมศัตรูพืชและสัตว์รบกวน (Pest Control Officer)
🥩 2. มีงบประมาณค่าอาหาร และเงินเดือนแบบเป็นทางการ!
ความจริงจังของ Royal Mail อยู่ตรงที่ว่า แมวไม่ได้ถูกเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ แต่พวกมันได้รับการบรรจุและอนุมัติงบประมาณค่าอาหารให้อย่างเป็นทางการ! ย้อนกลับไปในปี 1868 มีการบันทึกไว้ว่า ไปรษณีย์อังกฤษอนุมัติงบประมาณสั่งจ่ายเงิน 1 ชิลลิงต่อสัปดาห์ เพื่อเป็นค่าอาหารและค่าดูแลแมวประจำที่ทำการ และหากแมวตัวไหนทำผลงานจับหนูได้โดดเด่น งบประมาณค่าอาหารก็จะถูกปรับเพิ่มขึ้นตามผลงาน เรียกได้ว่าเป็นการ "ทำงานแลกข้าว" แบบมีสวัสดิการของจริง!
😺 3. ขวัญใจพนักงาน และศูนย์รวมพลังใจประจำออฟฟิศ
นอกจากทักษะการล่าหนูระดับมาสเตอร์แล้ว การมีแมวเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในคลังสินค้าท่ามกลางความตึงเครียดของการคัดแยกจดหมาย ยังช่วยผ่อนคลายบรรยากาศการทำงานได้อย่างดีเยี่ยม พนักงานไปรษณีย์หลายคนกลายเป็นแฟนคลับ คอยหาที่นอนนุ่ม ๆ และแบ่งขนมให้ จนแมวหลายตัวกลายเป็นมาสคอตและเป็นตำนานประจำสาขานั้น ๆ
ปัจจุบัน แม้ระบบการจัดส่งพัสดุจะพัฒนาไปไกล มีเทคโนโลยีการจัดเก็บเอกสารและเทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืชที่ทันสมัยจนไม่มีความจำเป็นต้องใช้แมวจับหนูในไปรษณีย์แล้วก็ตาม แต่แนวคิดการมี "แมวประจำออฟฟิศ" (Office Cat) ก็ยังคงสืบทอดมาถึงยุคปัจจุบัน
หลายหน่วยงานทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด ร้านหนังสือ โกดังสินค้า หรือแม้แต่สตาร์ทอัประดับโลก ก็ยังคงเลี้ยงแมวประจำไว้ในออฟฟิศ เพราะนอกจากสัญชาตญาณความน่ารักจะช่วยสร้างรอยยิ้ม ลดความเครียดให้พนักงานแล้ว พวกมันยังรับหน้าที่เป็นตัวสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาติดต่อเยือน ได้อย่างน่าเอ็นดูไม่แพ้พนักงานแมวแห่ง Royal Mail ในอดีตเลยจริง ๆ
ผู้เขียน9 ส.ค. 2569
By maaboom
Community ที่แสนอบอุ่นสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง พร้อมแบ่งปันและนำเสนอเรื่องราวดี ๆ สอดแทรกสาระน่ารู้ โดยหวังว่าคุณจะได้รับทั้งความสนุก ความรู้ และประสบการณ์ที่ดีจากพวกเรา!
Tags
Facebook Page
.webp&w=3840&q=75)
หลายคนคุ้นเคยกับนวลในบทบาทสุนัขกู้ภัย ที่ออกค้นหาผู้ประสบภัยและร่วมฝึกช่วยชีวิตผู้คน แต่ครั้งนี้นวลกำลังเดินทางสู่จังหวัดกระบี่ เพื่อทำอีกหนึ่งภารกิจที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์พะยูน สัตว์ป่าสงวนของไทย ที่กำลังเผชิญวิกฤติการลดจำนวนลงอย่างน่าเป็นห่วง
By maaboom
10 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
อี๋! ทำไมหมาชอบกินอึ? เชื่อว่าหลายบ้านเคยเจอโมเมนต์นี้ กำลังเดินเล่นเพลิน ๆ อยู่ดี ๆ หันมาอีกทีเฮ้ย! ลูกกินอะไรอยู่!? ถึงจะฟังดูแปลก แต่พฤติกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า Coprophagia และสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ
By maaboom
10 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
สำหรับผู้เลี้ยงแมว หลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์ชวนกุมขมับ ยามที่เราตักน้ำเย็นชื่นใจใส่แก้วมาวางไว้บนโต๊ะทำงานหรือโต๊ะกินข้าว เจ้าเหมียวขนนุ่มมักจะเดินเข้ามาเนียน ๆ ยื่นหน้าเข้าไปดม นำอุ้งเท้าไปสะกิด หรือจุ่มลิ้นลงไปเลียกินน้ำในแก้วของเราอย่างสบายอกสบายใจ ทั้ง ๆ ที่ชามน้ำของตัวเองก็ตั้งอยู่ไม่ไกล แถมใส่น้ำสะอาดไว้เต็มชาม!
By maaboom
8 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
ด่วน! ตามหาบ้านหรือผู้ดูแลให้น้องหมาจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ จากเหตุการณ์น่าสลดเมื่อเช้านี้ที่จังหวัดนนทบุรี นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับผู้คน ยังมี สุนัข 1 ตัว ที่ต้องกลายเป็นสัตว์ไร้ผู้ดูแลอย่างกะทันหัน
By maaboom
7 ส.ค. 2569