.webp&w=3840&q=75)
.webp&w=1080&q=75)
โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) หรือที่หลายคนเรียกว่า "โรคกลัวน้ำ" คือโรคร้ายแรงที่เกิดจากเชื้อไวรัส Rabies virus ซึ่งส่งผลต่อระบบประสาทโดยตรง ความน่ากลัวที่สุดของโรคนี้คือ หากติดเชื้อและเริ่มแสดงอาการแล้ว อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 100% ทั้งในมนุษย์และสัตว์เลี้ยง เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีตัวยาใดที่รักษาให้หายขาดได้
เชื้อไวรัสนี้พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิด โดยเฉพาะสุนัข แมว และโคกระบือ ติดต่อผ่านทางการถูกสัตว์ที่มีเชื้อกัด ข่วน เลียบริเวณแผลเปิด หรือน้ำลายกระเด็นเข้าตาและปาก
1. อาการโรคพิษสุนัขบ้าใน "สัตว์เลี้ยง" (สุนัขและแมว)
อาการในสัตว์มักแสดงออกหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2–8 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับจุดที่โดนกัด โดยแบ่งลักษณะอาการออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ๆ
แบบดุร้าย (Furious Rabies) - พบได้บ่อย
ระยะแรก (1-3 วัน) นิสัยเปลี่ยนไป สัตว์ที่เคยชินคนอาจเริ่มปลีกตัว สัตว์ที่เคยขี้อายอาจเข้ามาคลอเคลีย ร่างกายเริ่มมีไข้ ตกใจง่าย
ระยะดุร้าย (1-7 วัน) ดุร้าย ก้าวร้าว วิ่งไล่กัดสิ่งของหรือสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ม่านตาขยาย เสียงร้องเปลี่ยนไป น้ำลายไหลย้อยเนื่องจากกลืนลำบาก
ระยะอัมพาต (2-3 วัน) ขาหลังอ่อนแรง ทรงตัวไม่ได้ ลิ้นห้อย กลืนอาหารไม่ได้ อัมพาตทั้งตัว และเสียชีวิตในที่สุด
แบบซึม (Dumb Rabies) - สังเกตยากและอันตรายมาก
สัตว์จะไม่แสดงอาการดุร้าย แต่จะมีอาการซึม แอบซ่อนตัวในที่มืด หลบผู้คน ปากค้าง ลิ้นห้อย น้ำลายไหล เจ้าของมักเข้าใจผิดว่ามีก้างติดคอ แล้วใช้มือเปล่าล้วงปาก ซึ่งเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุนแรง สัตว์จะเกิดอัมพาตและเสียชีวิตอย่างรวดเร็วภายใน 2-4 วัน
2. อาการโรคพิษสุนัขบ้าใน "คน"
เมื่อคนได้รับเชื้อผ่านบาดแผล เชื้อจะเดินทางไปตามเส้นประสาทเข้าสู่สมอง อาการจะแบ่งเป็นระยะ ดังนี้
ระยะเริ่มแรก: มีไข้ต่ำ ๆ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร และมีอาการเฉพาะคือ คัน ปวด หรือชาบริเวณบาดแผลที่เคยโดนกัด แม้แผลนั้นจะหายดีแล้วก็ตาม
ระยะแสดงอาการทางระบบประสาท สับสน กระสับกระสับกระส่าย ตระหนกตกใจง่าย มีอาการกลัวลม (Aerophobia) และ กลัวน้ำ (Hydrophobia) เนื่องจากกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืนเกิดการเกร็งอย่างรุนแรงและเจ็บปวดเมื่อพยายามกลืนน้ำหรืออาหาร น้ำลายไหลมาก
ระยะสุดท้าย เกิดภาวะอัมพาต ชักเกร็ง หมดสติ ระบบหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตภายในเวลาอันรวดเร็ว
การป้องกันและปฐมพยาบาลทันทีเมื่อโดนสัตว์กัดหรือข่วน
แม้โรคนี้จะอันตรายถึงชีวิตเมื่อแสดงอาการ แต่สามารถป้องกันได้ 100% หากดำเนินการทันทีหลังสัมผัสโรคตามขั้นตอนดังนี้
ล้างแผลทันที ใช้สบู่และน้ำสะอาดล้างบริเวณบาดแผลอย่างเบามือให้ลึกถึงร่องแผลนานอย่างน้อย 10–15 นาที เพื่อกำจัดเชื้อให้ได้มากที่สุด
ใส่ยาฆ่าเชื้อ เช็ดแผลให้แห้ง แล้วทาด้วยเบตาดีนหรือแอลกอฮอล์สำหรับล้างแผล
ไปพบแพทย์ทันที เข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า (Post-exposure prophylaxis) และวัคซีนป้องกันบาดทะยักโดยเร็วที่สุด
กักสังเกตอาการสัตว์ หากเป็นสัตว์ที่มีเจ้าของ ให้กักขังและสังเกตอาการอย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์ตายระหว่างกักตัว ให้รีบแจ้งปศุสัตว์เพื่อนำหัวสัตว์ไปตรวจหาเชื้อทันที
วิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องทั้งตัวเราและสัตว์เลี้ยง คือการพา สุนัขและแมวไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าเป็นประจำทุกปี เริ่มต้นได้ตั้งแต่น้องอายุ 2-3 เดือนขึ้นไป การสร้างภูมิคุ้มกันให้สัตว์เลี้ยงคือการสร้างความปลอดภัยให้ครอบครัวและสังคมครับ
ผู้เขียน24 ส.ค. 2569
By maaboom
Community ที่แสนอบอุ่นสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยง พร้อมแบ่งปันและนำเสนอเรื่องราวดี ๆ สอดแทรกสาระน่ารู้ โดยหวังว่าคุณจะได้รับทั้งความสนุก ความรู้ และประสบการณ์ที่ดีจากพวกเรา!
Tags
Facebook Page
.webp&w=3840&q=75)
เผลอแป๊บเดียวจากลูก ๆ เจนซีก็กลายเป็นเจนซีเนียร์ซะแล้ว หลายคนเข้าใจว่าแก่แล้วค่อยเปลี่ยน แต่จริง ๆ แล้วการเปลี่ยนมาใช้อาหารสูตร Senior ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุเพียงอย่างเดียว เพราะน้องหมาและน้องแมวแต่ละสายพันธุ์แก่ไม่พร้อมกัน แล้วทำไมต้องเปลี่ยนเป็นอาหารสูตร Senior?
By maaboom
24 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
ทาสแมวหลายคนคงเคยเผชิญเหตุการณ์ชวนขนลุกผสมน่ารัก เมื่อเจ้านายสี่ขาเปล่งเสียงร้องที่ฟังดูเหมือนคำว่า ไม่!, หิว, หรือแม้กระทั่งคำว่าแม่ออกมาอย่างชัดเจน จนเกิดคำถามบนโลกโซเชียลอยู่บ่อยครั้งว่า สรุปแล้วแมวพูดภาษาคนได้จริง ๆ หรือเปล่า?
By maaboom
23 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
หลายคนอาจอยากได้เจ้านายที่ชอบมานอนตัก เดินตามไปทุกห้อง หรือร้องเรียกเวลาเราไม่อยู่ แต่รู้ไหมว่าแมวแต่ละสายพันธุ์มีนิสัยแตกต่างกัน และบางสายพันธุ์ก็ขึ้นชื่อเรื่องความขี้อ้อนเป็นพิเศษ มาดูกันว่ามีสายพันธุ์ไหนติดอันดับบ้าง!
By maaboom
22 ส.ค. 2569
.webp&w=3840&q=75)
เมื่อน้องหมาน้องแมวเริ่มก้าวเข้าสู่วัยเก๋า สังเกตไหมว่าพฤติกรรมหลายอย่างเริ่มเปลี่ยนไป จากที่เคยกระโดดขึ้นโซฟาได้อย่างคล่องแคล่ว ก็เริ่มลังเล ยืนลังเลอยู่นาน หรือก้าวลุกขึ้นจากพื้นอย่างยากลำบากในตอนเช้า ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากความเกียจคร้าน แต่เป็นเพราะข้อต่อและกระดูกที่เสื่อมสภาพไปตามวัย
By maaboom
21 ส.ค. 2569